วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เคาท์ดาวน์


เคาท์ดาวน์ / COUNTDOWN


ผู้จัดจำหน่าย : GTH
สตูดิโอผู้สร้าง : จอกว้างฟิลม์
ผู้กำกับ : นัฐวุฒิ พูนพิริยะ
ประเภทของหนัง : HORROR | MYSTERY | THRILLER

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอรรถรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง
“4... 3... 2... 1... Let's Crazy COUNTDOWN!!”


เคาท์ดาวน์หนังส่งท้ายปีของ GTH ที่มาแบบผิดแปลกแหวกแนวค่ายหนังที่ได้ชื่อว่า "ค่ายหนังอารมณ์ดี" เพราะเคาท์ดาวน์เป็นหนังออกแนวจิตวิทยา โหดๆ ที่ทาง GTH ไม่ค่อยทำ (ปกติก็หนังฟีลกู้ดหรือไม่ก็หนังผีบ้างประปราย) โดยสำหรับ เคาท์ดาวน์ เป็นงานกำกับของผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ที่งานแรกก็ได้ทำกับค่ายใหญ่อย่าง GTH เลยแถมยังได้กำกับหนังที่แตกต่างของค่ายอีกต่างหาก ซึ่งตัวหนังเคาท์ดาวน์ก็จะประมาณว่า “วัยรุ่นไทย 3 คนที่เรียนต่อที่ต่างประเทศที่ในคืนก่อนวันปีใหม่พวกเขาทั้ง 3 คนได้โทรไปหาพ่อค้าขายกัญชาที่ชื่อว่า "เฮซุส" ซึ่งตัวเฮซุสก็มาตามนัดซึ่งการเคาท์ดาวน์ในปีนี้จะเป็นเรื่องราวที่พวกเขาทั้ง 3 คนจะไม่มีวันลืมไปตลอดกาล...”

เคาท์ดาวน์ หลายคนอาจจะนึกว่าเป็นหนังแนวโหด จิตวิทยา หลอนๆ หลังจากที่ได้ดูตัวอย่างที่ปล่อยออกมา ซึ่งก็ตามนั้นครับหนังเป็นแนวจิตวิทยา และก็โหด ซึ่งความโหดก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก เพราะถึงแม้จะเป็น เรท 18+ แต่ก็แค่เล่นกับจิตใจและทำให้หวาดเสียวซะมากกว่า ซึ่งหนังก็ทำในส่วนตรงนี้ออกมาได้ดีครับ ถึงแม้จะโหดน้อยไปหน่อยก็ตามแต่ถ้าเล่นกับจิตใจคนดูก็ถือว่าผ่าน, การผูกเรื่องราวตัวละครในเรื่องทั้งเรื่องหนังมีตัวละครแค่ 5 ตัวเท่านั้นคือตัววัยรุ่นไทย 3 คน พี่ที่อยู่ร่วมตึกเดียวกันอีก 1 และก็ตัวเฮซุสเท่านั้น ซึ่งจริงๆ ต้อง 4 มากกว่าเพราะตัวพี่นั้นเหมือนเป็นตัวประกอบซะมากกว่าซึ่งตัวละครสำคัญทั้ง 4 ทั้งเรื่องจะเกิดอยู่แค่ในตึกๆ เดียวเท่านั้นและถ้าสโคปลงมาหน่อยจริงๆ ก็เกิดแค่ในห้องๆ เดียวเท่านั้น


ซึ่งหนังมีตัวละครที่อยู่เหนือทุกคนก็คือ เฮซุส ที่เหมือนในตอนแรกเป็นเพียงพ่อค้าขายกัญชาเท่านั้นแต่หนังก็เปิดเผยตัวละครของเฮซุสที่ละนิดๆ และหนังยังย้อนกลับไปที่ตัวละครวัยรุ่นไทยทั้ง 3 คนที่นั่งดูดกัญชาอยู่ในห้องเดียวกันด้วยว่าเป็นใครมาจากไหน บอกอุปนิสัยของตัวละคร และก็เริ่มเปิดเผยความลับของตัวละครทีละนิดๆ ซึ่งพอมาถึงจุดๆ นึง หนังก็จะดำเนินเรื่องเข้าสู่เรื่องราวที่เห็นในตัวอย่างของหนังที่ไม่ได้มีเอาแต่แค่โหด มันส์ ฮา เพี่ยงอย่างเดียว แต่หนังยังมาพร้อมข้อคิดทางความคิดและทางศาสนาทั้ง หลักศีล 5 ของศาสนา, หรือหลักคำสอนตามคำภีร์ไบเบิลที่หนังพยายามสอดแทรกเข้ามาทั้งเรื่องผ่านหลักศีล 5 และผ่านมาทางตัวเฮซุสซึ่งตัวละครทั้งสามจะต้องพูดหลักศีล 5 อีกที ซึ่งเป็นจุดไคลแม็กซ์ของหนัง

นั่นก็คือการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต, ไม่ลักขโมยของๆ คนอื่น, ไม่ชู้สาว, ไม่โกหก, ไม่ดื่มสุรา ซึ่งเมื่อมองตรงนี้แล้วหนังไม่ได้แค่ทำออกมาแค่ดูได้สนุกๆ เฉยๆ เพียงเท่านั้นแต่หนังยังสอดแทรกเรื่องหลักศีล 5 (หรือศาสนาอื่นๆ) ลงไปในหนังและเสียดสีสังคมไทยทั้งเรื่องราวต่างๆ หรือพฤติกรรมวัยรุ่น ที่หนังสามารถปรุงแต่งและออกรสออกชาติได้อย่างกลมกล่อมและลื่นไหลและดูสนุกซึ่งเป็นหลักไมล์สำคัญของหนังเรื่องนี้ได้อย่างดี และถ้าหากเรามองดีๆ แล้วเรายังสามาระตกผลึกความคิดที่หนังนำเสนอและเอามาแก้ไขได้นิสัยแย่ๆ ได้อีกด้วย


ซึ่งเมื่อหนังดำเนินมาใกล้จบและมีการเปิดเผยว่าตัวละครของเฮซุสเป็นใครมาจากไหน ซึ่งคำว่า เฮซุส นี่เป็นภาษาสเปนที่ ซึ่งเมื่อสะกดแล้วก็คือ JESUS หรือก็หมายถึงตัวพระเยซูนั่นเอง และถ้ามองไกลไปกว่านั้นในตอนแรกที่ตัวแจ็คเรียกเฮซุสว่า จีซัส ถ้ามองลึกลงไปอีกนิดจะได้คำว่า Jesus Christ ที่เป็นคำอุทานประมาณ ให้ตายสิ ให้ตายเถอะ อะไรประมาณนี้ก็ยังพอบอกถึงเรื่องราวของตัวหนังว่าเรื่องราวที่จะตามมาหลังจากนี้เป็นดั่งคำอุทานนี้ไม่แตกต่างซักเท่าไร ซึ่งสรุปได้ว่า เฮซุส คือ ก็อดที่มาแก้ไขสิ่งต่างๆ ที่ แย่ หรือเกินเยียวยา ให้กลับมากลายเป็นสิ่งตรงข้าม

การแสดงของนักแสดงหลักสามคนถือว่าแสดงได้ดีกับบทอะไรประมาณนี้ แต่การแสดงของสามคนจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้หากคาดตัวของ เฮซุส ที่รับบทโดยหนุ่มลูกครึ่งไทยอย่าง เดวิด อัศวนนท์ ดาราพิธีกรหนุ่มจบนอกจากสาขาจิตวิทยาที่หายหน้าหายตาไปนานซึ่งกลับมาอีกครั้งแบบเซอร์ไพรซ์นึกว่าทาง GTH เอาคนต่างประเทศที่ไหนมาแสดง ซึ่งตัว เดวิด นั้นเล่นได้ถึงบทตัวเฮซุสมากครับ มีความจิต ความดิบ ความโหด ความตลก ความน่ารัก ในตัวละครตัวเดียว ที่คุณพี่เดวิดเล่นได้เหนือกว่านักแสดงทุกคนของหนังและเหนือกว่านักแสดงท่านอื่นๆ ในบรรดาหนังไทยของปีนี้ ซึ่งต้องน่าจับตามองว่าคุณเดวิดจะเดินขึ้นรับรางวัลในประเทศไทยมากขนาดไหนในบทเฮซุสนี้


นัฐวุฒิ พูนพิริยะ สามารถกำกับหนังที่เรื่องราวสโคปอยู่แค่ห้องๆ นึงออกมาได้ดีกับลูกเล่นที่เอาคำสอนศาสนามาเป็นเรื่องราวผิดชอบชั่วดีได้อย่างลงตัวครับ ซึ่งกับการเล่นกับธีมหนังประมาณนี้เชื่อว่าจะเป็นมิติใหม่ของวงการหนังไทยได้ ซึ่งสรุปแล้วสำหรับ “เคาท์ดาวน์ เป็นหนังไทยแนวใหม่ที่ในรอบประมาณเกือบทศวรรษจะมีหนังไทยที่แหวกแนวออกมาให้ชม ซึ่งเพราะปกติจะมีแต่หนังรัก และก็รัก และก็รัก และก็ตลก และตลก และหนังผี กับผี อะไรประมาณนี้ ซึ่งหนังก็มีการถ่ายทอดออกมาได้ดีเป็นอย่างมากกับหลักคำสอนของศาสนาพุทธ แถมมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมของ เดวิด อัศวนนท์ หากจะไม่เกินไปนักหากบอกว่านี่เป็นหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบปีครับ”


ความยาวทั้งหมด 95 นาที
คะแนน 9/10

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น