วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY


THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY / ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้


ผู้จัดจำหน่าย : 20TH CENTURY FOX
สตูดิโอผู้สร้าง : SAMUEL GOLDWYN FILMS, NEW LINE CINEMA
ผู้กำกับ : เบน สติลเลอร์ (ZOOLANDER, TROPIC THUNDER)
ประเภทของหนัง : ADVENTURE | COMEDY | DRAMA

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอรรถรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง
“เลิกฝันกลางวันลมๆ แล้งๆ ออกมาพบโลก เจอโลก และมองดูโลก และลงมือทำอะไรสักอย่างซ่ะ!!”



การได้ติดตามชีวิตอันน่าพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หนังเรื่องหนึ่งมีคุณค่ามากกว่าเป็นแค่หนังอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนที่ครั้งหนึ่ง โรเบิร์ต เซเมคคิส เคยพา ทอม แฮงค์ส ในบท ฟอร์เรสต์ กัมป์ ไปเจอกับชีวิตที่ล่องลอยเหมือนขนนกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 1994 กับ FORREST GUMP กับเรื่องนี้ผู้กำกับของหนัง เบน สติลเลอร์ และคนเขียนบทของหนัง สตีฟ คอนราด ก็พาคนดูและชีวิตของนาย วอลเตอร์ มิตตี้ ไปเจอกับคำว่าความหมายของชีวิต กับหนังดีๆ เรื่องนี้ THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY ... ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้ !!

ถึงบรรดากลุ่มนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ทั้งหลายของต่างประเทศต่างออกมาบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY เป็นหนังที่ออกจะเรียกตัวเองได้ว่า แย่หรือขั้นห่วย (ประมาณ 65% บอกว่าหนังแย่ ที่เหลือบอกพอดูได้กับดี) แต่บางทีเราก็ควรจะเชื่อตัวเองมากกว่าน่ะบางที เพราะ THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY เป็นหนังที่ดีมากเลยทีเดียว เพราะหนังทำให้เห็นความหมายและคุณค่าชีวิตผ่านตัวละครนำของหนัง วอลเตอร์ มิตตี้ .. !


คำว่า "ชีวิต" ที่หนังนำมาเป็นกิมมิคสำคัญของหนัง เบน สติลเลอร์ สามารถกำกับ THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY ให้เป็นหนังที่มีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างคำว่า สนุกและบันเทิง กับ การแฝงข้อคิดได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะคำว่า ชีวิต ให้เห็นเด่นชัดมากๆ ไล่ตั้งแต่การนำคำว่าชีวิตมาแทรกไปกับตัวหนัง ไล่ตั้งแต่บริษัทหนังสือที่ มิตตี้ ทำงาน (LIFE MAGAZINE), ไล่ไปยันคำขวัญของบริษัท (To see the world, things dangerous to come to, to see behind wall, to draw closer, to find each other, and to feel, That is the purpose of Life.) หรือแม้แต่เพลงที่นำมาประกอบในหนังกับเพลง ผูพันทอม! (Space Oddity ของ เดวิด โบอี)

ชีวิตของ วอลเตอร์ มิตตี้ ถือเป็นอะไรที่สนุกมากๆ ครับที่ได้ติดตามชีวิตตลอด 114 นาทีของชายคนนี้ ได้เข้าไปอยู่กับการหลุดโลกในความคิดของเขา ได้เห็นแง่มุมต่างๆ ที่ มิตตี้ ไปเจอ ได้เห็นการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของเขา ได้ลุ้นว่าเขาจะไปเจออะไรกับชีวิตบ้าง ทั้งเรื่องชีวิต ความรัก และ ครอบครัว การได้เดินทางตามหารูปของเขาจะเป็นการเดินทางในโรงภาพยนตร์ของคนดูที่จะพาทั้งคนดูและมิตตี้ไปเจอคุณค่าของชีวิต ได้แบบคาดไม่ถึง !!


ถึงหนังจะจงใจนำเอาคำว่าชีวิต, ชีวิต และก็ ชีวิต มาเป็นหัวใจสำคัญของหนังและเติมคำว่า การเดินทาง, การมี และ คุณค่า ลงไป ทำให้ถ้าเรามองดูหนังแบบกว้างๆ เราอาจจะคิดว่านี่คงเป็นหนังที่เข้าขั้นดราม่าแน่ๆ แต่ไม่ใช่กับชายที่มีชื่อว่า เบน สติลเลอร์ แน่นอน สติลเลอร์ เข้ามานอกจากจะพาหนังลงตัวไปกับคำว่าสนุกบันเทิงและแฝงข้อคิด สติลเลอร์ ยังเข้ามาเติมความตลกลงไป ไม่ให้เราเครียดกับสารที่หนังพยายามจะสื่อกับคนดู และการเข้ามาของ สติลเลอร์ เราจะอมยิ้มไปกับมันแน่นอน อีกอย่าง สติลเลอร์ ยังเข้ามาเติมเต็มความอลังการลงไปแบบคาดไม่ถึงด้วย (อลังการยังไงต้องไปตามกันเองในหนังน่ะครับทุกคน)

สรุปเลยคือสิ่งที่หนังจงใจเสนอกับคนดูก็คือ “เลิกฝันกลางวันลมๆ แล้งๆ ออกมาพบโลก เจอโลก และมองดูโลก และลงมือทำอะไรสักอย่างซ่ะ” ประมาณนี้ล่ะน่ะ, ถึงหนังอาจจะมีข้อเสียจนน่าตบกระโหลกนายมิตตี้อยู่บ้าง เมื่อได้เจอจุดสำคัญในช่วงท้ายของหนัง แต่มันก็ไม่ได้สำคัญเท่าไรเมื่อเทียบกับสิ่งที่หนังพาคนดูไปเจอมาตลอดทางของหนัง พอหยวนๆ ลืมๆ ไปได้อยู่น่ะ (แต่ว่าไปก็น่าตบกระโหลกจริงนั้นแหละ ฮ่าๆ)


ถ้าต้องเลือกหนังสักเรื่องในปีนี้ที่ถ่ายภาพสถานที่ สภาพภูมิประเทศในหนังออกมาได้สวยเว่อร์ๆ ก็อย่าง นิวซีแลนด์ ใน THE HOBBIT: THE DESOLATION OF SMAUG, เวโรน่า ใน ROMEO & JULIET และกับเรื่องนี้ THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY กับสภาพแวดล้อมใน กรีนแลนด์, ไอซ์แลนด์ และ หิมาลัย (อยากไปเล่นสเก็ตในไอซ์แลนด์ขึ้นมาทันทีเลย) -- ถึงสุดท้ายแม้หนังอาจจะไม่ได้หลุดไปชิงออสการ์แน่ๆ ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่อย่างน้อยหนังสิ่งที่ THE SECRET LIFE OF WALTER MITTY ทำสำเร็จก็คือเอาชนะใจคนดูได้ครับ...


ความยาวทั้งหมด 114 นาที
คะแนน 9/10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger