วันพุธที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2557

SEVENTH SON


SEVENTH SON / บุตรคนที่ 7: สงครามมหาเวทย์


ผู้จัดจำหน่าย : UNIVERSAL PICTURE
สตูดิโอผู้สร้าง : LEGENDARY PICTURES
ผู้กำกับ : เซอร์เก้ โบดรอฟ (MONGOL)
ประเภทของหนัง : ADVENTURE | FAMILY | FANTASY

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอรรถรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง
“บุตรคนที่เจ็ดจอมมหาเวทย์ งานแฟนตาซีที่ดูได้เพลินๆ ดี”


และแล้วก็ได้ดูกันในที่สุดสำหรับ SEVENTH SON หนังที่โดนดองยาวกับข้ามปี จากตอนแรกที่จะได้ดูกันตอนกุมภาพันธ์ 2013 ก็เลื่อนมาเป็น ตุลาคม 2013 แทน พอกำลังจะได้ดูทีนี้ค่ายผู้สร้าง เลเจนดารี่ พิคเจอร์ ก็ดันย้ายบ้านจาก วอร์เนอร์ ไปอยู่ ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ อีก วอร์เนอร์เลยถีบส่งหนังอยู่ค่ายลูกโลกแทน กำหนดฉายก็เปลี่ยนมาเป็น มกราคม 2014 และท้ายที่สุดหนังก็โดนเลื่อนครั้งสุดท้ายจะได้ฉายแน่นอน 6 กุมภาพันธ์ 2015 ในอเมริกา แต่กำหนดฉายในเอเชียและยุโรป (บางประเทศ) ได้ดูกัน ธันวาคม 2014 บ้านเราก็เลยได้อานิสงค์ได้ดูก่อนอเมริกาเดือนกว่าๆ เลย แถมจัดเต็มได้ดูกันครบทุกระบบด้วย! (แม้ในไทย IMAX จะเข้าช้าไปหน่อยก็ตาม)

SEVENTH SON ดัดแปลงมาจากนิยายชุด THE WARDSTONE CHRONICLES ของ โจเซฟ เดลานี่ย์ โดยหยิบเอาเล่มแรก THE SPOOK'S APPRENTICE (เดชหมอผี) มาดัดแปลง โดยเล่าเรื่องของ โธมัส "ทอม" วอร์ด บุตรชายคนที่เจ็ดของบุตรชายคนที่เจ็ด ที่โดน มาสเตอร์เกรกอรี่ นำตัวมาฝึกเพื่อให้กลายเป็น จอมเวทย์ (เอาจริงๆ ต้องหมอผี) เพื่อไว้จัดการ มาเธอร์มัลคิน ราชินีแม่มดที่หลุดออกจากการจองจำของ มาสเตอร์เกรกอรี่ นี่คือเรื่องราวเรื่องย่อสั้นๆ ของ SEVENTH SON งานกำกับของ เซอร์เก้ โบดรอฟ และได้ทีมนักแสดงเจ๋งๆ อย่าง เบน บาร์นส, ป๋าเจฟฟ์ บริดเจส, จูลี่แอนน์ มัวร์, คิธ แฮริงตัน, จิมอน ฮาวด์ซู, อลิเซีย วิแคนเดอร์ และ แองเจ้ เทราเอ้ (ฟาโอร่า ใน MAN OF STEEL) รวมถึง โอลิเวีย วิลเลี่ยมส์ นำแสดงในหนัง!


สำหรับ SEVENTH SON โดยรวมๆ แล้วก็เป็นหนังสูตรสำเร็จแอ็คชั่นแฟนตาซี (แบบจัดเต็มจัดหนัก) ที่หาได้ทั่วไปที่มีให้ดูกันปีล่ะหลายๆ เรื่อง ไล่เลือกได้เลยว่ามีกี่เรื่อง ซึ่งตัว SEVENTH SON เนี่ยมันก็ไม่ได้มีอะไรให้เหนือความคาดหมายอะไรเท่าไรและก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่กว่าชาวบ้านเขาซ่ะเท่าไร SEVENTH SON อารมณ์หนังมันก็เหมือนกำลังชมหนังอย่าง THE SORCERER'S APPRENTICE (จอน เทอร์เทิลท็อบ, 2010), HANSEL & GRETEL: WITCH HUNTERS (ทอมมี่ เวียร์โคล่า, 2013) และ R.I.P.D. (โรเบิร์ต ชเวนท์เก้, 2013) หรือ MEN IN BLACK (แบร์รี่ ซอนเนนฟิลด์, 1997) ในเวอร์ชั่นที่เป็นหนังแฟนตาซีจ๋าอะไรแบบนั้น มาผสมกันนั้นแหละครับ

เป็น THE SORCERER'S APPRENTICE ตรงที่ อาจารย์ต้องฝึกลูกศิษย์แบบจำเป็นเพื่อปกป้องโลกให้พ้นจากหายนะ ทีนี้ HANSEL & GRETEL: WITCH HUNTERS ที่ทั้ง มาสเตอร์เกรกอรี่และนายวอร์ดนี่ต้องเดินทางออกไปเจอกับศัตรูมากมายเพื่อไปถล่มรังแม่มด ต่อมาที่บอกมีอารมณ์เหมือน R.I.P.D. และ MEN IN BLACK แต่เป็นเวอร์ชั่นที่เป็นแฟนตาซี เพราะนั่นก็คือไอ้คุณมาสเตอร์เกรกอรี่เนี่ยอารมณ์มันคล้าย เอเจนท์เค อะไรแบบนั้นหรือ รอย ใน R.I.P.D. (ซึ่งมันบังเอิญที่ทางด้านป๋าเจฟฟ์ บริดเจส ที่รับบทมาสเตอร์เกรกอรี่ก็ดันรับบท รอย เหมือนกัน) ที่ต้องมาฝึกไอ้ลูกศิษย์ที่งงให้เก่ง แต่ไอ้คุณมาสเตอร์เกรกอรี่เนี่ยก็ไม่ค่อยเต็มจงเต็มใจเท่าไรนัก และที่สำคัญคือ ไอ้คุณมาสเตอร์เกรกอรี่ บางทีก็แอบกวนทีนเหมือนกัน


ดีหน่อยตรงที่การไปดู SEVENTH SON คราวนี้ได้ดูในระบบ 4DX ทำให้เรามีความสนุกร่วมกับหนังมากขึ้น ซึ่งไอ้เพราะการได้ดูระบบนี้เนี่ยล่ะทำให้ไม่รู้ว่าถ้าดูเรื่องนี้ในระบบอื่นๆ มันจะสนุกน้อยหรือมากขึ้นหรือเปล่าเพราะ 4DX มันทำให้เหมือนเรามีส่วนร่วมกับหนังซึ่งหนังก็ใช้ไอ้ประสิทธิภาพของระบบนี้ได้คุ้มดีไหนจะลมไหนจะน้ำถือว่าคุ้ม ไหนที่จะจัดเต็มฉากแอ็คชั่นช่วงท้ายได้ดี แต่สรุปสุดท้ายได้รวบรัดไปหน่อยในบางที โดยรวมก็ถือว่าเป็น 102 นาทีที่ไม่ได้แย่อะไร เพราะหนังเองก็ดำเนินเรื่องก็จัดว่าสนุกใช้ได้ แม้จะรวบรัดและดำเนินเรื่องเร็วไปหน่อยก็ตาม โดยเฉพาะครึ่งเรื่องหลังที่รวดเร็วฉับไวเกินไปหน่อยก็ตาม แต่ถ้าไม่อะไรกับมันมากก็ถือว่าเพลินๆ เอาจริงๆ แค่ดู ป๋าเจฟฟ์ บริดเจส กับ จูลีแอนน์ มัวร์ ก็คุ้มแล้วน่ะ ขอบอก

ปอลิง. ทำไมต้อง 'บุตรชายคนที่เจ็ดของบุตรชายคนที่เจ็ด' ก็เพราะเชื่อกันว่าถ้าเป็น บุตรชายคนที่เจ็ดของบุตรชายคนที่เจ็ด จะสามารถมองเห็นภูติผีวิญญาณได้ มีนิมิตรพิเศษ (บางที) และที่สำคัญก็คือจะมีพละกำลังเหนือคนปกติ ซึ่งหนังไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรเลยไม่ได้พูดซ้ำพูดบ่อยนัก อนึ่งหนังคงได้ลุ้นภาคต่อถ้าทำเงินได้ในระดับนึงเพราะงานนี้ ยูนิเวอร์แซล นอนรอกำไรได้เพราะไม่ได้ออกเงินแม้แต่นิด (วอร์เนอร์ที่ออก)...


ความยาวทั้งหมด 102 นาที
คะแนน 7/10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger