วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

INDEPENDENCE DAY: RESURGENCE


INDEPENDENCE DAY: RESURGENCE / ไอดี 4: สงครามใหม่วันบดโลก


ผู้จัดจำหน่าย : 20TH CENTURY FOX
สตูดิโอผู้สร้าง : CENTROPOLIS ENTERTAINMENT, TSG ENTERTAINMENT
ผู้กำกับ : โรแลนด์ เอมเมอริช (INDEPENDENCE DAY, 2012)
ประเภทของหนัง : ACTION | ADVENTURE | SCI-FI

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอรรถรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง


เป็นเวลาถึง 20 ปีแล้วที่โลกโดนมนุษย์ต่างดาวบุกทำลายล้าง! แต่ด้วยแรงใจและความสามัคคีของมนุษย์โลกก็ทำให้สามารถจัดการผู้รุกรานได้เป็นผลสำเร็จ โลกสงบสุขอีกครา จนเกิดเป็นสันติภาพ มนุษย์โลกได้นำเทคโนโลยีต่างดาวมาพัฒนาจนเทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกล และโลกก็ได้จัดตั้งกองกำลังปกป้องโลกและอวกาศขึ้นมาในชื่อ Earth Space Defence (ESD) แต่ทว่าวันเวลาอันแสนสงบสุขก็ได้จบลงเมื่อ ‘พวกมัน’ ได้กลับมายังโลกครั้ง ในขนาดที่ใหญ่กว่าและได้เริ่มบุกโจมตีทำลายโลกอีกหน! ... นี่คือภาคต่อของหนังฮิตเมื่อ 20 ปีก่อน นี่คือ “INDEPENDENCE DAY: RESURGENCE” (IDR) !!

เทียบกันแล้ววัดกันตรงๆ กับต้นฉบับอย่าง INDEPENDENCE DAY (ID4) เมื่อปี 1996 กับภาคต่ออย่าง IDR ต้องบอกเลยครับว่าต้นฉบับอย่าง ID4 ทิ้งห่างภาคต่ออย่าง IDR แบบขาดลอยหลายช่วงตัว ถึงแม้ว่าตัว ID4 ต้นฉบับบทมันก็ไม่ได้ดีเด่อะไรเท่าไรนัก แต่ตัวหนังมันกลับมีเสน่ห์ที่พาเราคนดูติดตามไปกับตัวหนังได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ยิ่งประโยคของ ปธน. วิทมอร์ (บิลล์ พูลแมน) พูดท้ายเรื่อง ยังขลังและทรงพลังเป็นที่จดจำได้จนถึงทุกวันนี้


ในขณะที่ IDR มันเป็นหนังที่พยายามตามรอยหรือทำซ้ำแบบ ID4 แต่หนังกลับทำไม่ได้สำเร็จ (จริงๆ ก็ไม่เชิงไม่สำเร็จ แค่ยังมีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป) ไม่เหมือนกับพวก JURASSIC WORLD หรือ STAR WARS: THE FORCE AWAKENS ที่ก็เป็นการตามรอยทำซ้ำในอารมณ์คล้ายๆ กันแต่หนังพาให้เราหลงไปกับมันได้ ในขณะที่ IDR มีแค่บางช่วงบางตอนที่พาเราหลงไปกับมัน (แม้จะเป็นช่วงท้ายๆ ก็ตามที)

คือบทหนังของ IDR มันยังขาดๆ เกินๆ อยู่นะครับ ถ้าจะหยิบยกข้อเสียมาพูดนี่สามารถที่จะหยิบมาพูดได้เป็นสิบ อาทิเช่น การดำเนินเรื่องโดยที่ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เดินเรื่องเร็วจนบางทีก็ตามไม่ทันอยู่บ้าง ไหนจะเรื่องบทที่โคตรจะอ่อน (ลืมเรื่องความสมเหตุสมผลไปได้เลย มันไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ วิลล์ สมิธ ไปต่อยเอเลี่ยนเมื่อปี 1996 ละ) ไหนจะการปรากฏตัวของตัวละครแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เช่น ไอ้ลูกกลมๆ ขาวๆ นี่มายังไงบทจะมาก็มา แล้ว ปธน. หญิงนี่ตายตอนไหนล่ะ จำไม่ได้จริงๆ แฮะ รู้ตัวอีกทีตัวละครของ วิลเลี่ยม ฟิทช์เนอร์ ก็กลายเป็น ปธน. ไปแล้ว ไหนจะการสละชีพของตัวละคร ก็ชวนถอนหายใจได้ตลอดเวลา (สละชีพไม่ว่าแต่หลังจากนั้นหนังก็ไม่ได้กล่าวถึงเท่าไร)


แต่ถึงหนังจะมีข้อเสียมากมายหลายข้อ แต่เอาจริงๆ หนังก็แก้ต่างแก้ข้อด้อย ด้วยจุดเด่นเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งไอ้จุดเด่นที่ว่านั้นก็คือ ฉากแอ็คชั่นที่โคตรมันส์ คือแม่งมันส์แบบไม่สมเหตุสมผล มันส์แบบไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น + กับ เอฟเฟกต์ ซีจี ที่งดงามอลังการงานสร้าง ทำให้ฉากทำลายล้างมันเป็นอะไรที่อลังการงานสร้างดาวล้านดวง ยิ่งพอมาอยู่ในมือ โรแลนด์ เอมเมอริช ทีนี้ไปกันใหญ่เลย (IMAX นี่อลังการไปกันใหญ่) อีกจุดที่เด่นก็คือพวกมุกตลก คือถ้าตามงานในเครดิตของ เอมเมอริช มาโดยตลอด โรแลนด์ จะเด่นเรื่องมุกตลกจำพวก ตลกไม่ดูสถานการณ์ เฮฮาพร่ำเพรือ ตลกหน้าตาย ตลกไม่ดูเวลา (ID4, WHITE HOUSE DOWN นี่ชัดเลยครับ) ใน IDR นี่มีเยอะมาก (ดร. โอคุน กับ พ่อของ เดวิด นี่เด่นเลย)

แต่ที่ยอดเยี่ยมและเด่นที่สุดเลยคือเคมีและเสน่ห์ของตัวละครและนักแสดงครับ เป็นจุดเด่นที่มีในหนัง เอมเมอริช เสมอ (ขนาด GODZILLA (1998) ที่ว่าแย่แต่ตัวละครก็มีเสน่ห์น่าจดจำ) และในที่นี้เคมีของนักแสดงคลาสส์ 96 กับเคมีคลาสส์ชุด 16 ก็เข้ากันมากๆ ยกตัวอย่างเช่น เลียม เฮมส์เวิร์ธ เคมีก็เข้า เจฟฟ์ โกลด์บลัม เหลือเกิน ไมก้า มอนโร กับ บิลล์ พูลแมน ก็เล่นเป็นลูกและพ่อได้แบบไม่เคอะเขิน, สรุป แม้ IDR จะเทียบกับ ID4 ไม่ได้ แต่เอาจริงๆ ถ้าจะดูเพื่อความบันเทิง เอมเมอริช ก็ยังเป็น เอมเมอริช อยู่วันยังค่ำ ไว้ใจได้อยู่ IDR เป็นหนังที่เอาบันเทิงได้ดีพอตัวครับคุณผู้อ่าน...


ความยาวทั้งหมด 120 นาที
คะแนน 7/10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger