วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

THE HUNGER GAMES


THE HUNGER GAMES / เกมล่าเกม


(22/03/2012) - 80 BATH

ผู้จัดจำหน่าย : LIONSGATE
สตูดิโอผู้สร้าง : COLOR FORCE, LIONSGATE
ผู้กำกับ : แกรี่ รอส (SEABISCUIT)
ประเภทของหนัง : ACTION | DRAMA | SCI-FI

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอัธรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง
“กฏของ "เกมล่าชีวิต" เรียบง่ายเพื่อเป็นการลงทันฑ์สำหรับจราจลที่สร้างความอัปยศน์ให้กับ "พาเน็ม" ในอดีตนั้น เขตทั้ง 12 ต้องส่งเด็กหนุ่ม 1 คน และ เด็กสาว 1 คน อายุระหว่าง 12-18 ปี มาเป็นเครื่อง "บรรณาการ" เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเกม เรียลลีตี้ ที่จะต้องเอาเด็กทั้ง 24 คนมาต่อสู้กัน และออกไปทีละคนๆ แต่เด็กที่ออกไปจะไม่มีวันได้กลับไปยังเขตของตน ไม่มีโอกาศได้เจอหน้า พ่อแม่และคนรักของตน เพราะว่าเด็กที่ออกจากเกมนั้น ต้องออกไปด้วย ความตาย!!...”


THE HUNGER GAMES คือเรื่องราวของเด็กสาวอายุ 16 จากเขต 12 "แคทนิส เอฟเวอร์ดีน' ที่มีอาชีพหลักคือการเป็นนายพรานล่าสัตว์ เพื่อเอาสัตว์ไปขายเพื่อนำมาดูแลแม่และน้องสาวแทนพ่อที่ตายไป แคตนิส อาสาที่จะเป็นเครื่องบรรณาการแทน พริม น้องสาวของเธอใน "วันเก็บเกี่ยว" ทำให้เธอต้องเป็นเครื่องบรรณาการแทนน้องสาวของเธอ และร่วมเป็นเครื่องบรรณาการ ร่วมกับ เด็กหนุ่มจากเขต 12 ที่ชื่อว่า "พีต้า เมลลาร์ก" เธอและเขาต้องออกไปต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดใน "เกมล่าชีวิต" ครั้งที่ 74


THE HUNGER GAMES จะเน้นเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของ แคตนิส ในการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและลุ้นเอาว่าเธอหรือใครจะเป็นผู้รอดชีวิตใน เกมล่าชีวิต THG เป็นหนังที่ทั้งสนุกและตื้นเต้น ทั้งการสร้างเรื่องราวของความสัมพันธ์ของตัวละคร และเนื้อหาจริงๆ ของหนังก็ไม่ใช้ย่อย การที่หนังสร้างความสัปสนและความสงสารของบรรดาตัวละครและเอาใจช่วยตัวละครให้แก่คนดู ทั้งสร้างความเกลียดในตัวพาเน็มและสงสารชาวเขตทั้ง 12 ซึ่งเนื้อเรื่องที่แท้จริงแล้วก็คือ การเน้นไปที่เรื่องราวที่สร้างความขลาแขลงใจให้กับคนดู (คนอ่าน) ตลอดเวลาในการชม (และอ่าน) นั้นเอง ซึ่งก็คือการตีแผ่กับสังคมในยุคปัจจุบันนั้นเอง


ตัวหนังของ THG อาจจะไม่ดีเท่ากับตัวหนังสือเท่าไรนัก เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้ว ตัวหนังยังไม่สามรถเจาะจงรายละเอียดลึกลงไปมากพอในทุกๆ ด้าน ทั้งปูมหลังของตัวละคร ทั้ง แคตนิส, พีต้า และที่สำคัญ เฮย์มิตช์ และการตัดเนื้อหาต่างๆ ลงไปเพื่อกระชับเวลาให้พอดีกับเวลา 2 ชม. ทั้งที่จริงแล้ว หนังยังสามารถเอาส่วนเนื้อหาที่จะมีผลต่างๆ และสร้างความสงสารและสิ่งต่างที่จะทำให้หนังดีและสนุกมากยิ่งขึ้น ทั้ง การเมาของ เฮย์มิตช์ ที่ถ้าเอาฉากนี้ใส่ไว้ในหนังรับรองได้เลยว่าหนังในช่วงฝึกซ้อมก่อนเข้าแข่งขันมันจะสนุกมากขึ้น, การเปลี่ยนที่มาของ เข็มขลัด ม๊อคกิ้งเจย์, การไม่บอกเล่าถึงที่มาของการบาดเจ็บของ พีตั้า ที่ถูก คาโต้ฝัน, การที่แคตนิสไม่ได้ยินเสียงหรือการตัดส่วนสำคัญกับหนังที่น่าจะทำให้เป็นอะไรๆ ที่โดนใจวัยรุ่นมากขึ้นนั้นก็คือ บทรักของ แคตนิสกับพีต้า และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ความรุนแรงที่หายไป (หนังได้เรท PG13 ทำให้ใส่อะไรแรงๆ ไม่เยอะเท่าไร)


แต่ก็ใช้ว่าหนังจะเล่นตัดอะไรๆ จนไม่เหลือขอดีของหนังไว้เลย ซึ่งไอ้ขอดีของหนังที่ยังเก็บไว้ก็คือ สิ่งที่ทุกๆ ท่านได้ชมกันในโรงภาพยนตร์ไปแล้วนั้นแหละครับ และ ข้อดีที่มาเพิ่มกับหนังก็คือ การใส่ฉากการเล่นสนุกในเกมของเกมเมคเกอร์นั้นเองที่เป็นส่วนช่วยให้หนังเป็นรูปธรรมมากขึ้นอีก และดีตรงที่สร้างที่มาที่ไปของเหล่าหมาป่าในช่วงท้ายๆ หรือใส่ฉากที่ตัวละครอย่าง ริว เด็กเขต 11 ตาย เลยทำให้คนในเขต 11 ต้องลุกฮือเพื่อต่อต้าน พาเน็ม หรือที่ผมชอบมากๆ คือ ฉากการระเบิดเสบียงอาหารตรงคอร์นูโคเปียที่ทำให้แคตนิสไม่ได้ยินเสียงที่หนังไม่ได้อธิบายเอาไว้นั้นแหละครับ แต่ที่ชอบคือการที่หนัง ใช้เสียงตรงฉากนั้น ที่เป็นเสียง "วิ๊งงงง" ที่ทำให้เรารู้สึกถึงแรงระเบิดจริงๆ และฉากเปิดตัวที่มาพร้อมกับไฟ ที่ชอบอีกฉากนึง, ฉากชูสามนิ้วทั้งตอนอยู่เขต 12 และไว้อาลัยให้ ริว เขต 11 เพื่อเป็นเกียรตินี่ทำให้ขนลุกเลยนะครับ


แต่เมื่อมาลองมาบวกลบสิ่งที่หนังเพิ่มมาและลดลงไป จะได้ความกลมกล่อมของหนังอย่างที่อธิบายได้ว่าลงตัวเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะตัวอะไรๆ ออกไปนิดหน่อยก็ตาม แต่เอานะสรุปมันออกมาดีก็โอละ (ซึ่งผู้เขียนบทหนังก็ไม่ใช่ใครที่ใหน ซูซาน คอลลินส์ ผู้แต่งหนังสือ THG นั้นเอง ร่วมกับ แกรี่ รอส ผู้กำกับ THG), และสิ่งที่ทำที่ทำให้หนังโดดเด่นและโดดเด่งขึ้นมาอีกก็คือ การแสดงของ แม่สาวมีสติค จาก X-MEN: FIRST CLASS เจนนิเฟอร์ ลอร์เลนซ์ ที่มารับบท แคตนิส สาวน้อยผู้มากับไฟ ได้อย่างสุดยอด เธอทุ่มสุดตัวในการแสดงเป็นแคตนิส เธอเล่นได้อย่างสมบทบาทที่เธอได้รับ เธอเล่นคุ้มเกินค่าตัวที่ได้รับ (500,000 ดอลล่าห์) และเธอจะเป็นดาราที่โด่งดังมากๆ ในอนาคตแน่นอน เธอยังมีเคมีที่ลงตัวกับ จอช ฮัทเชอร์สัน ที่มารับบท พีต้า ไดอย่างลงตัว


ผู้กำกับ แกรี่ รอสส์ ทั้งกำกับหนังและยังร่วมเขียนบทด้วย รอสส์สามารถที่จะถ่ายทอดตัวอักษรจากหนังสือ THG ให้ออกมาโลดแล่นบนจอได้อย่างเหลือเชื่อ รอสส์เลือกที่จะไม่ใส่รายละเอียดในการต่อสู้มากหนัก แต่เลือกที่จะเน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละครเหมือนอย่างในหนังสือมากกว่า เลยทำให้ รอสส์ สามารถทำให้เหล่าบรรดาแฟนคลับที่อ่านหนังสือไม่ผิดหวังจริงๆ (แม้หนังจะเงียบไปหน่อยก็ตาม)


ปล. 1 แอบเซ็งชื่อไทยที่ใช้ชื่อว่า เกมล่าเกม น่าจะใช้ชื่อว่า เกมล่าชีวิต ให้ตรงกับกับชื่อในหนังสือและความหมายของชื่อหนัง THE HUNGER GAMES มากกว่า

สรุป
THE HUNGER GAMES ต้องสร้างปรากฏการณ์กระหึ่มโลกแน่นอน เพราะว่าหนังทำออกมาได้ดีเป็นอย่างมาก สามารถตีเรื่องราวของหนังมาเป็นภาพยนตร์ได้อย่างสุดยอด แม้จะไม่เจาะจงลงไปมาก แต่เพิ่มส่วนที่ทำให้หนังดีมากขึ้นมาแทน และคงไม่เกินไปนะ ถ้าจะบอกว่าเป็นหนึ่งในหนังที่สุดยอดที่สุดในบรรดาหนังที่ทำมาจากหนังสือ พอๆ กับ LORD OF THE RINGS และ HARRY POTTER และคงไม่พลาดที่ THE HUNGER GAMES จะมีภาคสองในชื่อ THE HUNGER GAMES: CATCHING FIRE (ปีกแห่งไฟ)


ความยาวทั้งหมด 142 นาที
คะแนน 9/10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น