วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

KINGSMAN: THE SECRET SERVICE


KINGSMAN: THE SECRET SERVICE / คิงส์แมน: โคตรพิทักษ์บ่มพยัคฆ์


ผู้จัดจำหน่าย : 20TH CENTURY FOX
สตูดิโอผู้สร้าง : MARV FILMS, TSG ENTERTAINMENT
ผู้กำกับ : แมธธิว วอห์น (KICK-ASS, X-MEN: FIRST CLASS)
ประเภทของหนัง : ACTION | ADVENTURE | COMEDY

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอรรถรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง
“Get Ready for It..? - แมธธิว วอห์น แอนด์ เดอะ ซีเคร็ท เซอร์วิส!”


แมธธิว วอห์น ผู้กำกับชาวลอนดอนเนอร์วัย 43 ปีคนนี้ถือเป็นผู้กำกับอีกหนึ่งคนในวงการที่ผลงานในแต่ละชิ้นทำให้เห็นว่า วอห์น นี่เป็นผู้กำกับที่มีฝีมือขั้นเทพอีกคนในวงการเพราะนับตั้งแต่ผลงานชิ้นแรก LAYER CAKE มาถึง STARDUST จนมาที่ทางด้าน KICK-ASS และมาพิสูจน์ว่าฝีมือ วอห์น นี่แหละของจริงใน X-MEN: FIRST CLASS เห็นได้ว่าทุกผลงานที่ผ่านไป วอห์น พัฒนาฝีมือได้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าใครคิดว่า แมธธิว วอห์น มาถึงที่สุดแล้วในหนัง X-เม็น ขอบอกว่ายังไม่ใช่ เพราะผลงานชิ้นใหม่ของ วอห์น อย่าง "KINGSMAN: THE SECRET SERVICE" ทำให้เห็นว่าผู้กำกับคนนี้ยังสามารถไปได้อีกไกลและสามารถเทพได้กว่านี้...?

การยอมทิ้งตำแหน่งผู้กำกับของ X-MEN: DAYS OF FUTURE PAST มาดูแลหนังเรื่องนี้แล้วส่งไม้ต่อให้ ไบรอัน ซิงเกอร์ ทำหน้าที่ดูแลไปดูจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องของ วอห์น เพราะ ซิงเกอร์ ก็ทำหนังได้ยอดเยี่ยม ในขณะที่ วอห์น เองก็ทำ KINGSMAN: THE SECRET SERVICE ออกมาได้อย่างเพอร์เฟกต์ กับลูกเล่นต่างๆ ที่หนังเอามาใช่ ทั้งการเล่าเรื่องต่างๆ การนำเสนอ และฉากแอ็คชั่น ที่ทำออกมาได้โดดเด่นและไปไกลกว่าผลงานทุกเรื่องที่ผ่านมาในเครดิตของ วอห์น ซึ่งก่อนการมาของ คิงส์แมน นั่นผมมองว่า KICK-ASS คือผลงานที่มีการเล่าเรื่องและเล่นลูกเล่นได้ดีที่สุดของ วอห์น แต่พอได้ชม คิงส์แมน ผมนี่ขอเปลี่ยนความคิดขอยกให้ คิงส์แมน เนี่ยเป็นผลงานที่สุดยอดที่สุดของวอห์นเลย


เอาจริงๆ นั้นโลกของ คิงส์แมน ที่ วอห์น และ มาร์ค มิลล่าร์ สร้างขึ้นมาถือเป็นโลกที่มีมุมมองที่น่าสนใจมากๆ การที่องค์กรสายลับที่ใช้ชื่อว่า คิงส์แมน (สุภาพบุรุษ) ได้ออกปฏิบัติการปกป้องโลกโดยที่แทบไม่มีใครรับรู้ แถมยังปิดบังโฉมหน้าเป็นร้านตัดสูท หนำซ้ำสมาชิกระดับหัวแถวยังใช้ชื่อของบรรดาอัศวินโต๊ะกลมของกษัตริย์อาร์เธอร์เป็นโค้ดเนม ไหนจะเวลาที่สมาชิกคนใดคนหนึ่งตาย สมาชิกที่เหลือต้องคัดเลือกเด็กขึ้นมาคนล่ะหนึ่งคนและนำทั้งหมดมาฝึกเพื่อหาตัวแทนคนที่จะมารับโค้ดเนมแทน (ในหนังจึงเป็นต้นเหตุให้ เอ็กซี่ โดนรับเลือกให้เข้ามาฝึกเป็นสายลับ ซึ่งพอเข้ามาฝึกก็ทำให้เอ็กซี่ได้เจอเรื่องราวต่างๆ มากมาย)

การเล่าเรื่องของหนังก็คล้ายๆ KICK-ASS เนี่ยล่ะคืออาศัยโทนตลกของหนังและความกวนบาทาของตัวละคร (ในที่นี้คือ พระเอก เอ็กซี่ และ วาเลนไทน์) มาผสมกับความจริงๆ จังของตัวละครบางตัว (ในที่นี้คือ แฮร์รี่) มาขับเคลื่อนตัวหนัง ภาพรวมของตัวหนังก็เลยออกมาเป็นหนังที่ทำได้อย่างลงตัว ทำให้โดยภาพรวมเลยก็นับว่าหนัง KINGSMAN: THE SECRET SERVICE เนี่ยถือเป็นหนังที่ทั้งล้อและแหกหนังสายลับมาดเนียบที่เรารู้จักไปอย่างสิ้นเชิงเลยก็ว่าได้ครับ แต่ถึงกระนั้น หนังเรื่องนี้ก็ถือเป็นหนังที่มีลูกเล่นที่ทำได้สุดยอดมาก ถือเป็นหนังที่ทำออกมาได้บันเทิงและเกินอย่างที่คาดหวังเลยทีเดียว


ฉากแอ็คชั่นของหนังนับว่ามีฉากแอ็คชั่นใหญ่ๆ อยู่สัก 3 ฉากคือฉากตอนต้นเรื่อง (ในบาร์), กลางเรื่อง (ในโบสถ์) และท้ายเรื่อง ซึ่งสองในสามเนี่ย โคลิน เฟิร์ธ ถือเป็นหัวใจสำคัญก็ว่าได้ พูดตรงๆ แล้ว โคลิน เฟิร์ธ กับ ฉากแอ็คชั่นถือเป็นอะไรที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่ วอห์น กลับทำให้ ลุงเฟิร์ธ อดีตยอดเยี่ยมนำชายออสการ์ กลายเป็นสตาร์แอ็คชั่นระดับป๋าเลียม นีสัน ได้ไม่ยาก ด้วยลูกเล่นในฉากแอ็คชั่นที่ฉับไวและรวดเร็วด้วยอาวุธอย่าง ร่ม? ครับ ร่มที่ใช่กันฝนกันแดดนั่นแหละ (อธิบายไม่เห็นภาพต้องดูเองแต่ขอพูดว่าสุดยอดจริงอะไรจริง) และก็ทำให้ลุงเฟิร์ธเป็นดาราที่เท่ในชุดสูทขึ้นมาทันทีทันใด

ส่วนฉากแอ็คชั่นสุดท้ายนี่ยกให้เจา เอ็กซี่ และ เมอร์ลิน (มาร์ค สตรอง) โชว์ (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าเอ็กซี่โชว์) ซึ่งถ้าคิดว่าทั้งเรื่องนี้แสบแล้ว ขอบอกว่าสู้หนึ่งฉากในฉากแอ็คชั่นนี้ไม่ได้ ขอไม่สปอยล์ล่ะกันว่าอะไรยังไง แต่พูดได้ว่า โคตรเจ๋ง เป็นพลุที่สวยที่สุดในชีวิตที่เคยเห็นมาเลย ซึ่งฉากนี้ (หรือเรื่องนี้) เจ้า ทารอน อีเกอร์ตัน ก็เกิดแน่นอน ตามหลัง อารอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน ที่วอห์นเคยปั้นไว้ โดยรวมๆ แล้ว KINGSMAN: THE SECRET SERVICE เป็นหนังที่นับว่าบันเทิงและสนุกมากๆ เรื่องหนึ่ง และหนังก็ไม่มีสักวินาทีเลยที่น่าเบื่อครับ ดูจบก็เกิดอาการอยากไปซ้ำอีกสักรอบสองรอบเลยทีเดียว และถ้าเป็นไปได้ก็อยากชมภาคสอง และอยากเห็นผลงานต่อไปของ วอห์น แล้วล่ะ ปล. เอนด์เครดิตขึ้นอย่าเพิ่งลุกมีต่อ ปล. 2 ฉากเอนด์เครดิตจบอย่าเพิ่งลุกอยู่ฟังเพลง Get Ready for It ของ Take That ก่อนน่ะ...


ความยาวทั้งหมด 129 นาที
คะแนน 10/10

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น