วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

SUICIDE SQUAD


SUICIDE SQUAD / ทีมพลีชีพมหาวายร้าย


ผู้จัดจำหน่าย : WARNER BROS. PICTURES
สตูดิโอผู้สร้าง : ATLAS ENTERTAINMENT, DC ENTERTAINMENT
ผู้กำกับ : เดวิด เอเยอร์ (END OF WATCH, FURY)
ประเภทของหนัง : ACTION | ADVENTURE | COMEDY

“บทความนี้อาจเปิดเผยเรื่องราวของหนังที่อาจทำให้คนที่ยังไม่ดูหนัง
อาจเสียอัธรสในการดูหนังได้ และการเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ”

มุมมอง


สำหรับหนัง “SUICIDE SQUAD” เป็นหนังเรื่องที่สามในจักรวาล DC EXTENDED UNIVERSE ต่อจาก MAN OF STEEL และก็ BATMAN V SUPERMAN: DAWN OF JUSTICE ซึ่งตัวหนังเองก็มาพร้อมกับความคาดหวังครั้งใหญ่ ครั้งมโหฬาร จากทั้งแฟน DC ก็ดีหรือจากทั้งเหล่าคอหนังเองก็ดี จากการตัดต่อที่ทำได้ดีและน่าสนใจตั้งแต่ตัวอย่าง หรือการโปรโมทที่ทำได้ปังตลอด หรือแม้แต่กิมมิคของหนังเองที่เอาเหล่าวายร้ายสุดแสบมาทำความดีออกปฏิบัตภารกิจปกป้องโลกจากวายร้าย มันช่างเป็นอะไรที่น่าสนุกและน่าสนใจซ่ะจริงๆ

โดยที่ตัวหนัง SUICIDE SQUAD เรื่องราวของหนังเกิดหลังจากเหตุการณ์ใน BATMAN V SUPERMAN: DAWN OF JUSTICE หลังจากที่ ซูเปอร์แมน ต้องจบชีวิตลงจากการต่อสู้กับ ดูมส์เดย์ ทางด้าย อแมนด้า วอลเลอร์ (ไวโอล่า เดวิส) ได้ก่อตั้งหน่วยพิเศษขึ้นมา ในชื่อ ทาสค์ฟอร์ซ X โดยรวบรวมสมาชิกซึ่งเป็นวายร้ายที่อยู่ในคุกทั้งหลาย (ซึ่งหลายๆ คนนั้นส่วนใหญ่ก็โดนซูเปอร์ฮีโร่จากทีม จัสตีซลีก จับมา โดยใครโดนคนไหนจับก็ไปตามเอาเอง) ออกมาตั้งเป็นทีมเหล่าร้ายพิทักษ์โลก


พูดตรงๆ เลย พอมาดูได้ชมด้วยตาตัวเอง แบบ โนสนโนแคร์ คำวิจารณ์ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ดูแบบหัวโล่งๆ ไม่สนโลก ไอ้ตัวหนัง SUICIDE SQUAD เนี่ย มันก็ดูสนุกดีว่ะคุณ หนังจัดว่าบันเทิงดีนะ ดูสนุกใช้ได้เลย แต่ก็นั่นแหละ Just ‘สนุก’ ไอ้สนุกเนี่ยมันก็สนุกดูเพลินๆ พอไหว พวกฉากแอ็คชั่นแพ็คหรือความยียวนกวนประสาทของเหล่าตัวละครในหนัง พวกมุกตลกหน้าตายทั้งหลาย มันก็ทำให้หนังสนุกอยู่ ก็จัดว่าเป็นหนังที่บันเทิงพอไหว ซึ่งตัวหนังเองก็ทำออกมาในโทนสดใสสีลูกกวาดด้วย (จริงๆ มันก็ไม่เชิงสดใสนัก มีดราม่าชีวิตพอเป็นพิธี แต่หนังก็ไม่ได้พยายามจะดาร์คหนักๆ อะไรเลย เป็น PG-13 แบบหนัง มาร์เวล เลยนี่พูดตรงๆ)

นั่นคือข้อดีของหนัง แต่การเล่าเรื่องของหนังนี่แหละคือจุดที่ชวนปวดหัว และผิดหวัง คือถ้าไม่นับเรื่องความสนุกความบันเทิง ก็ต้องบอกตามตรงล่ะว่า ตัวหนังนั้นเดินหน้าเข้ารกเข้าพงหลงป่าเลยในการเล่าเรื่อง ทั้งการเล่าเรื่องและก็ตัดต่อ คือหนังมันก็ดำเนินเรื่องได้เรื่อยๆ ตามสเต็ปของหนังมัน แต่ที่พามึนตืบ ชวนปวดหัว คือหนังมันไปเรื่อยๆ ของมัน แทนที่กำลังจะพีคหนังกลับเหยียบเบรคไม่เดินหน้าไปใส่ให้สุด หนังจึงต้องเริ่มต้นใหม่ตลอด และเป็นอย่างนี้ตลอดทั้งเรื่อง


แถมตัวหนังเองก็มีปัญหาเดียวกันกับที่ BATMAN V SUPERMAN: DAWN OF JUSTICE ประสบมาก่อน คือการตัดต่อนั่นเอง หนังพยายามเร่งสปีดตัวเอง ให้เดินหน้าไป แต่พอกำลังดีๆ หนังก็สต็อปเรื่อง โดยที่ไม่ทันให้ได้เก็ทได้เข้าใจอะไรเท่าไร หนังก็ตัดเรื่องราว ณ ส่วนตรงนั้น จบเรื่อง ข้ามไปเล่าส่วนอื่นต่อ (ข่าวมีสองทาง บอกว่า วอร์เนอร์ เอาไปตัดเองโดยที่ เดวิด เอเยอร์ ไม่ได้ตัด แต่อีกข่าว เอเยอร์ บอกตูเนี่ยแหละเป็นคนตัวหนังทั้งเรื่องเอง แต่ตัดฉากตัดฟุตเตจที่มีไปเยอะมาก โดยเฉพาะฉาก โจ๊คเกอร์ ตามที่ เจเร็ด เลโต้ บอก)

การเล่าเรื่องของหนังเองก็เสียเวลาไปมากพอตัว เกิน 1 ใน 3 ของเรื่องหนังเอาเวลาไปท้าวความอธิบายว่า ตัวละครตัวนี้นั้นมีอดีตอย่างไรบ้าง เข้าคุกได้ไง ใครจับมา ไม่ก็อธิบายว่าได้พลังอะไรยังไงมา แต่หนังก็อธิบายพอหอมปากหอมคอน่ะไม่ได้ลงลึกอะไรเท่าไร แต่ก็เพราะมีตัวละครหลายตัว อธิบายสั้นๆ จนจบไม่ได้ เลยเสียเวลาไปมากโข (แต่ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วละ เพราะพวกนี้ไม่มีบทมาก่อนในหนังเรื่องอื่น) ส่วนอีกประมาณ 2 ใน 3 ที่เหลือคือการตั้งทีมและออกภารกิจปราบวายร้าย


ซึ่งการรวม ทีมพลิชีพเดนตายซูเปอร์วายร้าย นี้ก็เหมือนกับหนังอย่าง MARVEL'S THE AVENGERS หรือ GUARDIANS OF THE GALAXY อะไรประมาณนั้น แต่ละคนเองก็มีอีโก้สูง มีแนวทางของตน หนังก็เลยรวบรวมทีมไปอย่างช้าๆ กว่าจะเข้าใจอะไรกันได้ก็เล่นซะองก์ที่สามของหนัง (แต่บางคนก็เข้าใจกันสนิทกันตั้งแต่ตนก็มีน่ะ) ฉากแอ็คชั่นนี่ก็ถือเป็นจุดเด่นของหนังเหมือนกันน่ะ หนังมีฉากแอ็คชั่นให้ดูหลายฉากอยู่ บางฉากทำได้มันส์ดี แต่มันก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของหนังอีกนั่นแหละ มันเป็นฉากที่ทีมซุยไซด์สควอดไล่ตืบอย่างเดียว มันก็เลยไม่มีอะไรให้ลุ้นให้ตื่นตาตื่นใจเท่าไรนัก

พูดถึงตัวละครและนักแสดงกันบ้าง ขอเริ่มที่ตัวร้ายในหนังเรื่องนี้ [สปอยเลอร์ อเลิร์ท!!] คือ เอนชานเตรสส์ ที่รับบทโดย คาร่า เดลาวีน อันนี้จากใจเป็นตัวร้ายที่โคตรอ่อนแอเลย อ่อนกว่าตัวร้ายหลายๆ ตัวของ มาร์เวล อีก เหมือนส่งมาให้ทีม ซุยไซด์สควอด ขยี้และกระทืบเล่น ทั้งตัวเธอเองและก็พี่ชายของนาง แถมหนังเองก็ไม่ได้พยายามปูบทให้เห็นถึงความเก่งกาจ ความร้ายกาจของนางเลยแม้แต่นิดเดียว


มาร์ก็อต ร็อบบี้ เล่นดีในบท ฮาร์ลีย์ ควินน์ เรียกว่าเป็นตัวนำของเรื่องเลย มีบทให้โชว์ให้หว่านเสน่ห์เยอะมาก นอกนั้นคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมีบทให้โชว์ของพอสมควร ทั้ง วิลล์ สมิธ ในบท เด็ดช็อต หรือ โยเอล คินนามัน ในบท ริค แฟล็ก นอกนั้นทั้ง เดียอาโบล (เจย์ เอร์นานเดซ), กัปตันบูมเมอแรง (ไจ คอร์ทนีย์) และ อแมนด้า วอลเลอร์ (ไวโอล่า เดวิส) ก็มีบทเด่นพอตัว โดยเฉพาะอีป้าอแมนด้านี่ ยอมรับในความโหดสัสของอีป้านี่จริงๆ นอกนั้นที่เหลือทั้ง คาตานะ (คาเรน ฟูคูฮาร่า), คิลเลอร์ครอค (แอดิวาเล แอคินูเย-อากบาเจ) รวมถึง ตัวละครของ สก็อตต์ อีสต์วู้ด บทก็ธรรมดาๆ (ณ ที่นี้ขอไม่พูดถึง สลิปน็อต ละกัน แต่เอาจริงๆ ไม่มีหมอนี่เรื่องไม่เดินแน่ๆ)

ในขณะที่ ฮาร์ลี่ย์ นั้นมีบทเด่นมากมาย เด่นที่สุดในเรื่อง ขายกันสุดๆ สุดลิ่มทิ่มประตู กลับสวนทางกับ โจ๊คเกอร์ สุดๆ อันนี้คือบทน้อย คือน้อยโคตรๆ คือน้อยจนแฟนๆ มิสเตอร์เจ ต้องมีเสียดาย ในหนังนี่ผลุบโผล่ๆ เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป รวมทุกซีนที่ โจ๊คเกอร์ ปรากฎตัวไม่น่าจะถึง 5 นาที ถ้าไม่นับฉากท้าย ในเทรลเลอร์โผล่มากี่ฉาก ตัวหนังจริงเองก็มีแค่นั้นแหละ ไม่มีเพิ่มเติมไปกว่านั้น แถมโดนตัดทิ้งอีก แต่ เจเร็ด เลโต้ นั้นก็พยายามทำดีที่สุดในบท มิสเตอร์เจ แล้วล่ะ แต่ถึงกระนั้น อันนี้ต้องยอมรับนะเออว่า โจ๊คเกอร์ ฉบับ เลโต้ น่าสนใจ ถ้ามีฉากให้โชว์กว่านี้คงบันเทิงไม่น้อย


SUICIDE SQUAD มันก็เป็นหนังที่ดูสนุกอยู่น่ะ ถ้าไม่ติดเรื่องการเล่าเรื่องและการตัดต่อของหนัง ฯลฯ ของหนัง จะจบล่ะ หนังมี อีสเตอร์เอ็กก์ ที่จะทำแฟนๆ DC กรีดร้องอยู่ [สปอยเลอร์ อเลิร์ท!!] เอาแค่ฉากชุดคลาสสิคของ ฮาร์ลี่ย์ หรือการปรากฎตัวของ แฟลช (เอซร่า มิลเลอร์) ก็เรียกเสียงเฮได้แล้ว ยังไม่รวมฉาก เอนด์เครดิต ของหนังอีกน่ะ เอาแค่ เอนด์เครดิต นี่พาลืมข้อเสียของหนังไปได้พอตัว, สุดท้ายก็หวังว่าในอนาคต วอร์เนอร์ และ DC จะทำเวอร์ชั่นสมบูรณ์ออกมาขายน่ะ ไม่ถึงกับต้อง ULTIMATE EDITION ไรแบบนั้น ขอแค่ให้ฉากที่โดนลบกลับมาเป็นของแถมในแผ่น DVD หรือ บลูเรย์ ก็ได้อะไรแบบนั้น...


ความยาวทั้งหมด 123 นาที
คะแนน 6.5/10

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Powered By Blogger